- ใบอนุญาตในประเทศ
- ใบอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคล ก.ล.ต
- ประเภทบัญชี
- บัญชีกองทุนส่วนบุคคลที่บริหารจัดการ (แยกบัญชีต่อตลาด)
- การฝากเงิน
- โอนผ่านธนาคารไทย
- เครื่องมือ
- พอร์ตโฟลิโอทั่วโลกที่บริหารจัดการ
- การชำระเงินท้องถิ่น
- โอนผ่านบัญชีธนาคารไทย (เงินทั้งหมดต้องมาจากบัญชีธนาคารไทย)
- ชื่อเสียง
- ยังไม่ได้ตรวจสอบ ณ การตรวจสอบ
- บัญชีอิสลาม
- ไม่มีให้บริการ
ตลาดที่เทรดได้
- ฟอเร็กซ์ / CFD
- หุ้นในประเทศ
- หุ้นสหรัฐ
- คริปโต
- สินค้าโภคภัณฑ์
บัญชี CFD อาจสูญเสียยอดเงินส่วนใหญ่ในระยะสั้น
- แอป Jitta Wealth สำหรับ PC: มีหรือไม่ และใช้อะไรแทน
- MetaTrader 4 กับ Jitta Wealth: สิ่งที่เทรดเดอร์ไทยต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
- Jitta Wealth ฮาลาลไหม
- ค่าธรรมเนียมและสเปรดของ Jitta Wealth

การจะฝากเงินเข้า Jitta Wealth ได้นั้น ต้องโอนจากบัญชีธนาคารไทยเท่านั้น และทุกอย่างคิดเป็นเงินบาท (THB) ตั้งแต่ต้นจนจบ นี่คือข้อเท็จจริงข้อแรกที่คนไทยควรรู้ก่อนเปิดบัญชี เพราะมันกำหนดทั้งวิธีฝาก วิธีถอน และข้อจำกัดที่ตามมา
Jitta Wealth ไม่ใช่โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ และไม่ใช่โบรกเกอร์หุ้นด้วยซ้ำ มันคือกองทุนส่วนบุคคลที่บริหารโดยบริษัท Jitta Wealth Asset Management Co., Ltd. ซึ่งเป็นฟินเทคสัญชาติไทยจากกรุงเทพฯ ที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC Thailand) ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01
ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะคนไทยจำนวนมากเสิร์ชหา "Jitta Wealth รีวิว" แล้วคาดหวังว่าจะเจอโบรกเกอร์เทรดหุ้น แต่สิ่งที่ได้คือบริการบริหารเงินลงทุนแบบมีระบบกฎเกณฑ์ตายตัว ไม่ใช่การเทรดด้วยมือตัวเอง
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนฝากเงิน
จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือเรื่องการแยกบัญชี เงินที่โอนเข้าไปสำหรับตลาดหุ้นไทย ตลาดเวียดนาม และตลาดสหรัฐฯ จะแยกกัน ไม่ใช่กระเป๋าเดียวที่หยิบใช้ข้ามตลาดได้ ถ้าอยากลงทุนสามตลาด ก็ต้องจัดสรรงบแยกกันสามก้อน ซึ่งหมายความว่าขั้นต่ำจริงในทางปฏิบัติอาจสูงกว่าที่คิดไว้มาก
และเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ระหว่างประเทศที่คนไทยใช้กันอยู่ทั่วไป ความต่างเรื่องเกณฑ์ขั้นต่ำก็ชัดเจนมาก
| หัวข้อ | Jitta Wealth | โบรกเกอร์ระหว่างประเทศทั่วไป |
|---|---|---|
| ประเภทบริการ | กองทุนส่วนบุคคลบริหาร | บัญชีเทรดด้วยตนเอง |
| เงินขั้นต่ำ | ประมาณ 1,000,000 THB | เริ่มหลักร้อย-พันบาท |
| เลเวอเรจ | ไม่มี | มี ตามแต่โบรกและหน่วยงานกำกับ |
| สกุลเงิน | THB | THB / USD ได้หลายสกุล |
| ฝากเงิน | โอนจากธนาคารไทย | โอน/PromptPay/บัตร/วอลเล็ต |
ตัวเลขหนึ่งล้านบาทไม่ใช่กำแพงที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นการออกแบบของกองทุนส่วนบุคคลที่ต้องดูแลพอร์ตแยกให้ลูกค้าแต่ละราย
ฝากและถอนใช้เวลานานแค่ไหน
เราไม่พบตัวเลขระยะเวลาการประมวลผลที่ยืนยันได้จากหน้าเว็บผู้ให้บริการ ณ เวลาที่ตรวจสอบ สิ่งที่ยืนยันได้คือช่องทางคือการโอนผ่านธนาคารไทย ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับธนาคารและช่วงเวลา
ในทางปฏิบัติ นี่คือความต่างที่คนเคยใช้ PromptPay จะรู้สึกทันที PromptPay เป็นระบบโอนเงินพร้อมเพย์ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่หลายโบรกเกอร์ระหว่างประเทศนำมาเชื่อมต่อเป็นช่องทางฝากถอนสกุลบาท โดยมักเข้าทันทีหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง
Jitta Wealth ไม่ได้เปิดเผยว่าใช้ PromptPay เป็นช่องทางหรือไม่ แต่ข้อกำหนดว่าเงินต้องมาจากบัญชีธนาคารไทยทำให้การโอนผ่านเคาน์เตอร์หรือแอปธนาคารเป็นเส้นทางหลักที่แน่นอนที่สุด
ใครถือใบอนุญาต และมันคุมอะไร
SEC Thailand เป็นผู้ออกใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01 ให้ Jitta Wealth Asset Management Co., Ltd. ในฐานะผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล นี่คือใบอนุญาตคนละประเภทกับสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (SET) และคนละประเภทกับใบอนุญาตนายหน้าฟอเร็กซ์
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ใบอนุญาตนี้ครอบคลุมการบริหารกองทุนส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทเป็นโบรกเกอร์ที่คุณสั่งซื้อขายหุ้นรายตัวได้เอง
ตรวจสอบใบอนุญาตได้ที่ไหน
ตรวจสอบได้ผ่านระบบ Check First ของ SEC Thailand ที่ market.sec.or.th ซึ่งเป็นช่องทางค้นหาผู้ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ และมีระบบ Investor Alert สำหรับเช็ครายชื่อผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาตอยู่ที่ market.sec.or.th
การเช็คสองหน้านี้ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที แต่ช่วยคัดกรองได้มาก โดยเฉพาะในยุคที่มิจฉาชีพใช้เลขใบอนุญาตจริงมาปลอมแปลง
ลงทุนอะไรได้บ้าง
พอร์ตที่บริหารถูกจัดเป็นกลุ่มหลักๆ ดังนี้
- หุ้นคุณค่า (value stocks) ในตลาดไทย เวียดนาม และสหรัฐฯ
- หุ้นเติบโต (growth stocks) ในตลาดเดียวกัน
- กองทุนดัชนีแบบ passive ETF
- กองทุนดัชนีเฉพาะธีม (thematic ETF)
ทั้งหมดเป็นพอร์ตโกลบอลที่บริหารแบบ long-only คือซื้อถือ ไม่มีการชอร์ต ไม่มีอนุพันธ์ leveraged
ระบบคิดค่าบริการอย่างไร
Jitta Wealth คิดค่าธรรมเนียมการจัดการเป็นเปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ซึ่งเป็นโครงสร้างมาตรฐานของกองทุนส่วนบุคคล เราไม่พบตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ยืนยันได้จากแหล่งทางการ ณ เวลาตรวจสอบ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือถามตัวเลขที่แน่นอนจากฝ่ายบริการลูกค้าโดยตรงก่อนตัดสินใจ เพราะค่าธรรมเนียมเป็นตัวแปรสำคัญที่กัดกินผลตอบแทนระยะยาว
จุดขายของบริการนี้คือระบบวิเคราะห์หุ้นด้วย AI ผ่าน Jitta Ranking และ Jitta Line ที่ประเมินคุณภาพธุรกิจและมูลค่าที่เหมาะสม แล้วบริหารตามกฎเกณฑ์ตายตัว ไม่ใช่นักจัดการที่ตัดสินใจตามดุลพินิจวันต่อวัน

ตัวเลขที่ต้องบวกเข้าไปในแผน
หลายคนคำนวณแค่ค่าธรรมเนียมการจัดการแล้วจบ แต่สำหรับคนไทยที่มีถิ่นฐานในประเทศและลงทุนผ่านช่องทางต่างประเทศ มีอีกชั้นที่ต้องคิด
รายได้จากเงินลงทุนถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทหนึ่ง ไม่มีอัตราภาษีกำไรจากการลงทุนแยกต่างหาก ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ยกเว้นที่ 0-150,000 บาท ไปจนถึง 35% สำหรับส่วนที่เกิน 5,000,000 บาท
อีกจุดที่เปลี่ยนเกมคือ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2024 เป็นต้นมา ตามคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/162 ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย (พำนักตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป) ที่นำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย ต้องรวมเงินนั้นในการยื่นภาษีในปีที่นำเข้า ไม่ใช่ปีที่ได้รับ
มีมาตรการผ่อนปรนที่เสนอไว้ในปี 2026 ให้กรอบเวลาประมาณ 2 ปี แต่สถานะล่าสุดต้องยืนยันกับกรมสรรพากรที่ rd.go.th ก่อนใช้ตัดสินใจ
ข้อจำกัดที่ควรรู้
บริการนี้ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นหรือทุนเริ่มต้นน้อย และมีหลายจุดที่คนมักเข้าใจผิดตอนสมัคร
- ไม่มีบัญชี Islamic/swap-free ให้บริการ
- เงินขั้นต่ำประมาณ 1,000,000 THB ต่อการลงทุนแต่ละตลาด
- ไม่มีการซื้อขายด้วยตนเอง คุณไม่ได้เลือกหุ้นเอง
- ไม่มีเลเวอเรจ จึงไม่มีอำนาจซื้อเพิ่ม
- ต้องมีบัญชีธนาคารไทยและเงินต้องมาจากบัญชีนั้น
สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการควบคุมจังหวะซื้อขายเอง หรือต้องการเริ่มจากทุนน้อย การมองหาช่องทางอื่นที่มีความยืดหยุ่นกว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ไม่ใช่เพราะบริการนี้มีปัญหา แต่เพราะรูปแบบผลิตภัณฑ์มันคนละแบบกับความต้องการ

มุมมองจากการใช้งานจริง
สิ่งที่คนมักประเมินต่ำไปคือเรื่องสภาพคล่องของตัวเอง การล็อกเงินก้อนใหญ่ไว้ในพอร์ตที่บริหารตามกฎเกณฑ์ตายตัวหมายความว่าคุณจะไม่สามารถปรับพอร์ตหนีตลาดขาลงได้เอง และการถอนออกมาก็ต้องผ่านกระบวนการของกองทุน
จุดแข็งที่ชัดเจนคือความเรียบง่าย ระบบวิเคราะห์ของ Jitta ประเมินหุ้นจากคุณภาพและมูลค่าที่เหมาะสมตามเกณฑ์ตายตัว ซึ่งตัดปัจจัยอารมณ์ของนักลงทุนออกไปได้จริง และการที่บริษัทมีบัญชีผู้ใช้รายงานว่าเกิน 58,000 บัญชีเมื่อปี 2021 ก็สะท้อนว่ามีฐานผู้ใช้ในไทยในระดับหนึ่ง
การเลือกโบรกเกอร์ระหว่างประเทศที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานระดับ FCA, CySEC หรือ ASIC มีการแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท และเปิดเผยค่าธรรมเนียมทั้งหมดอย่างชัดเจน คือเกณฑ์ที่ควรใช้ตัดสิน
สรุปหลังชั่งน้ำหนัก
บริการนี้มีที่ทางของมันชัดเจน และการรู้ว่ามันไม่เหมาะกับใครก็สำคัญพอๆ กับการรู้ว่ามันเหมาะกับใคร
งานวิจัยของเราไม่ได้ยืนยันโปรโมชั่นหรือประวัติข้อร้องเรียนใดๆ ของแบรนด์นี้ ณ เวลาตรวจสอบ ซึ่งหมายความว่ายังมีช่องว่างข้อมูลที่ควรถามเพิ่มก่อนตัดสินใจ
เหมาะกับคนที่
นักลงทุนไทยที่มีเงินก้อนตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป ต้องการพอร์ตลงทุนระดับโลกที่บริหารด้วยระบบและไม่ต้องเฝ้าจอ เหมาะกับคนที่มองการลงทุนเป็นเรื่องระยะยาว 5-10 ปี และยอมรับว่าการไม่สามารถปรับพอร์ตเองได้คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความเรียบง่าย
อาจไม่ตอบโจทย์สำหรับ
คนที่ทุนยังไม่ถึงเกณฑ์ หรือต้องการเทรดด้วยตนเองและควบคุมจังหวะเข้า-ออก ไม่ว่าจะเป็นคู่เงินหรือหุ้นรายตัว รวมถึงคนที่ต้องการความเร็วในการฝากถอนระดับ PromptPay และคนที่ต้องการบัญชีปลอดดอกเบี้ยตามหลักศาสนา สำหรับกลุ่มนี้ การดูโบรกเกอร์ระหว่างประเทศที่มีใบอนุญาตเข้มงวดและนโยบายค่าธรรมเนียมโปร่งใสคือทางที่ตรงกับความต้องการมากกว่า
เกณฑ์ที่จะตัดสินใจได้จริง
ตัวแรกคือความสามารถในการตรึงเงิน หนึ่งล้านบาทต่อตลาดไว้โดยไม่ต้องแตะเป็นเวลาหลายปี ถ้าคำตอบคือไม่ ต่อให้ระบบวิเคราะห์ดีแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย เพราะคุณจะถอนออกก่อนที่กลไกจะได้ทำงาน
ตัวที่สองคือความต้องการควบคุม ใครที่รู้สึกอึดอัดเมื่อลงทุนแล้วแก้อะไรไม่ได้เลย บริการนี้จะสร้างความหงุดหงิดมากกว่าผลตอบแทน
ตัวที่สามคือแผนภาษี การรู้ตั้งแต่ต้นว่าเงินที่นำกลับเข้าไทยจะถูกนับเป็นเงินได้ในปีที่โอนเข้า ทำให้ต้องวางแผนจังหวะถอนล่วงหน้า ไม่ใช่ตัดสินใจตอนต้องการใช้เงิน
ตัวสุดท้ายคือค่าใช้จ่ายรวมทั้งปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องถามให้ได้ก่อนเซ็น ไม่ใช่ตัวเลขที่เดาจากเว็บ เกณฑ์สี่ข้อนี้ตัดสินได้เร็วกว่าการอ่านรีวิวหลายสิบหน้า
Jitta Wealth อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ไทย แต่เป็นใบอนุญาตกองทุนส่วนบุคคลในประเทศ ไม่ใช่กรอบระดับ tier-1 ที่ใช้โดย FCA, CySEC, ASIC หรือบริษัทระดับ SCA ดังนั้นจึงไม่ได้ให้ระดับการกำกับดูแลภายนอกและความแข็งแกร่งในการเยียวยานักลงทุนเท่ากัน ในทางปฏิบัติ เทรดเดอร์เสียการป้องกันสินทรัพย์ลูกค้าที่แข็งแกร่งกว่าและชั้นการชดเชยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโบรกเกอร์ระดับสูง โดยพึ่งพาการจัดการผู้รับฝากของแพลตฟอร์มและการคุ้มครองตามกฎระเบียบท้องถิ่นแทนโครงการชดเชยวงกว้างสำหรับความล้มเหลวของโบรกเกอร์
พกเทอร์มินัลไว้ในกระเป๋าโฆษณาที่ได้รับค่าใช้จ่าย ตรวจใบอนุญาตของโบรกเกอร์ในทะเบียน SEC Thailand ก่อนฝากเงินดูที่แอปโฆษณาที่ได้รับค่าใช้จ่าย ตรวจใบอนุญาตของโบรกเกอร์ในทะเบียน SEC Thailand ก่อนฝากเงิน
พกเทอร์มินัลไว้ในกระเป๋าโฆษณาที่ได้รับค่าใช้จ่าย ตรวจใบอนุญาตของโบรกเกอร์ในทะเบียน SEC Thailand ก่อนฝากเงินดูที่แอปโฆษณาที่ได้รับค่าใช้จ่าย ตรวจใบอนุญาตของโบรกเกอร์ในทะเบียน SEC Thailand ก่อนฝากเงินJitta Wealth ให้เงื่อนไขการเทรดที่แข่งขันได้
เปิดบัญชีรวดเร็ว ออนไลน์เต็มรูปแบบ
มีบัญชีทดลองก่อนฝากเงินจริง
ตรวจสอบเงื่อนไขปัจจุบันก่อนฝากเงิน
เงื่อนไขและต้นทุนอาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
การสนับสนุนและเอกสารอาจไม่เป็นภาษาท้องถิ่น
ฝ่ายแหล่งที่มา
ฝ่ายวิจัยทีมงานของเราจัดทำและดูแลหน้านี้ แหล่งที่มาของข้อกล่าวอ้างจะระบุไว้บนหน้านี้เสมอ
คำถาม
Jitta Wealth เปิดให้คนไทยสมัครได้ไหม?
ได้ แต่ต้องมีบัญชีธนาคารไทย เพราะข้อกำหนดระบุว่าเงินลงทุนทั้งหมดต้องมาจากบัญชีธนาคารไทย และทุกอย่างคิดเป็นเงินบาท ไม่ใช่บริการที่คนไทยสมัครผ่านช่องทางต่างประเทศได้
Jitta Wealth ได้รับการกำกับดูแลใน ประเทศไทย หรือไม่?
ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ไทย (wealth/robo) ไม่ใช่โบรกเกอร์หุ้น. ตรวจสอบหน่วยงานในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแลก่อนฝากเงิน
มีประเภทบัญชีใดบ้าง?
ประเภทบัญชี: บัญชีกองทุนส่วนบุคคลที่บริหารจัดการ (แยกบัญชีต่อตลาด); เงินลงทุนขั้นต่ำ ~1,000,000 บาท